salty

อันตรายจาก อาหารรสเค็ม ที่เป็นมากกว่า โรคไต ลดยังไงดี

รสชาติของอาหารของคนไทยหลายคนมักชอบทานอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็น รสหวาน รสเผ็ด รสเปรี้ยว โดยเฉพาะ อาหารรสเค็ม ที่บางคนนั้นมักชอบทานรสเค็มมากเกินความจำเป็น ทั้งที่รู้ว่าการทารอาหารรสจัดมากเกินไปนั้นจะมีอัตรายต่อร่างกาย หรือให้โทษมากกว่าให้ประโยชน์ โดยเฉพาะ โรคไต แต่รู้หรือไม่ว่า รสเค็ม นั้นเป็นบ่อเกิดของอีกหลายๆ โรคที่คุณอาจจะคาดไม่ถึง

ดังนั้นหากคุณสามารถ ลดเค็ม ได้บ้างก็จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคร้ายต่างๆ อีกหลายโรค และพฤติกรรมการทานอาหารของคนไทยแต่ละมื้อเรามักจะเห็นกันบ่อยๆ เลยก็คือ การกินข้าวราดแกง อาหารตามสั่งแต่ละมื้อจะต้องมีการเติม พริกน้ำปลาลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติ การหยดซอสลงบนไข่ดาว หรือการกินมะม่วงจิ้มพริกเกลือ ทำให้แต่ละวันนั้นเราได้รับรสเค็มมากเกินไป และสะสมจนเป็นโรคต่างๆ ตามมาแบบไม่รู้ตัว

อันตรายจาก อาหารรสเค็ม

salt

โทษของการกิน อาหารรสเค็ม ไม่ได้มีเพียงแค่การเป็น โรคไต หรือบวมน้ำที่เรามักจะได้ยินกันอยู่บ่อยๆ เท่านั้น แต่หากว่าเรากินรสเค็มสะสมไปเป็นเวลานานๆ นอกจาก ไต จะทำงานหนักแล้ว จนเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ยังมีผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ จนเสียสมดุลได้ ซึ่งอัตรายกว่าที่คุณคิด ดังนี้

น้ำและเกลือคั่งในร่างกายจนส่งผลต่อหัวใจ

การคั่งค้างของน้ำและเกลือในร่างกายของเรา ไม่เพียงแต่ทำให้กลายเป็นคนอ้วนจากการบวมน้ำแล้ว ทำให้ร่างกายรู้สึกอึดอัดแล้ว ยังอาจจะรู้สึกแน่นหน้าอก นอนราบหรือนอนหงายไม่ได้ ส่งผลทำให้การทำงานของหัวใจแย่ลง ถึงขั้นทำให้เกิดหัวใจวายได้

ความดันโลหิตสูง

หากเราได้รับเกลือในปริมาณมากเกินไป จะทำให้หลอดเลือดต่างๆ ในร่างกายเกิดความเสียหายได้ด้วย และทำให้ความเข้มข้นของเลือดสูงขึ้น ทำให้การใช้แรงดันในการส่งเลือดไปส่วนต่างๆของร่างกายทำงานหนักขึ้น สร้างผลกระทบต่อการทำงานต่ออวัยวะต่างๆของร่างกายได้ด้วย ส่งผลทำให้เกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะ โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจตีบ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดูกด้วย

โรคไต

แน่นอนอยู่แล้ว กินเค็มไปทำให้เกิด โรคไต โรคที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ของคนกินเค็มจัด เมื่อความดันโลหิตสูงขึ้น ไตก็จำเป็นต้องทำงานหนักขึ้นด้วย เพราะต้องทำหน้าที่กรองเกลือและน้ำส่วนเกินที่ร่างกายต้องการมากขึ้น ผลที่เกิดขึ้นคือความในในหน่วยไตสูงขึ้น เกิดการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะ และมีโอกาสที่จะทำให้ไตเสื่อมเร็วด้วย

โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

มีงานวิจัยออกมาว่า การทายโซเดียมมากเกินไป โดยเฉพาะจากเกลือจะทำให้มีแบคทีเรียในท้องมากขึ้น หรือเติมโตขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายให้กับเยื่อบุกระเพาะอาหาร เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งใน กระเพราะอาหาร แต่อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการศึกษาของทางการแพทย์เท่านั้น ในปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุที่แท้จริงของการเป็นโรคมะเร็งชนิดนี้

วิธีลดการกินเค็ม เพื่อสุขภาพ

เค็ม

การลดกินเค็มได้นั้น สิ่งที่ได้เลยก็คือ การบวมน้ำ ที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า หุ่นดีขึ้น ต่อมาก็คือช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคไต กระดูกแข็งแรง หัวใจแข็งแรงขึ้น ดังนั้นเรามาดู วิธีลดการกินเค็ม เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นกันดีกว่า

  • อ่านฉลากอาหารให้ดีก่อนที่จะซื้อ โดยเฉพาะปริมาณของโซเดียมไม่ควรสูงมากจนเกินไป
  • กินอาหารที่มีโพแทสเซี่ยมสูงแทน เช่น มันฝรั่ง มันหวาน กล้วย แคนตาลูป หรือผักปวยเล้ง เพราะโพแทสเซียมนั้นสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจได้
  • นำสมุนไพรและเครื่องเทศทดแทนการใช้เกลือปรุงอาหาร เช่น ยี่หร่า พริก กระเทียม และใบมะกรูด
  • ลดการเติมเครื่องปรุงที่มีโซเดียม เช่น เกลือ ซีอิ้ว น้ำปลา ซอสหอยนางรม และผงปรุงรส รวมไปถึงการกินอาหารที่ต้องมีน้ำพริกน้ำปลาเป็นเครื่องเคียงด้วย
  • หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง หรืออาหารแปรรูป ไม่ว่าจะเป็นอาหารกระป๋อง ผักดอก ผลไม้ดอง ไส้กรอก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลาร้า
  • ลดการกินอาหารรสจัด
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารขยะหรืออาหารฟาดฟู้ด เพราะปริมาณของโซเดียมและไขมันทรานส์ในอาหารประเภทนี้สูงมาก
  • หลีกเลี่ยงหรือลด ขนมขบเคี้ยว รวมไปถึงขนมปัง ขนมอบที่มีส่วนผสมของผงฟู เนื่องจากมีปริมาณของโซเดียมสูงมากอาหารรสเค็ม

คนไทยเป็นโรคไต มากกว่า 7.6 ล้านคน และหากประเมินค่าใช้จ่ายในการ ฟอกเลือดล้างไต แต่ละคนแล้วอยู่ที่ประมาณ 2 แสนบาทต่อปี ซึ่งยังไม่ร่วมค่าเดินทางและค่าเสียเวลาอื่นๆ บางคนอาจจะเจอกับอีกหลายโรคตามมา แน่นอนว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ดังนั้น หากเรารู้วิธีดูแลสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้ดีกว่าเดิม ไม่กินอาหารรสจัด เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น โรคเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้นกับเรา

โดยปกติแล้ว คนเราจะต้องรับปริมาณโซเดียมได้วันละไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม จากการทานอาหารมื้อหลักในปริมาณที่เพียงพอแล้ว ดังนั้นเรื่องของการทานอาหารมื้อย่อยๆ กินจุกจิกระหว่างมื้อ ควรระวังให้มาก อาหารรสเค็ม ถือว่ามีโทษ ส่งผลกระทบต่อร่างกายของเรามากที่สุด ดังนั้นเราควรเริ่มที่จะ ลดเค็ม ตั้งแต่วันนี้ สุขภาพของเราก็จะดีขึ้น และส่งผลทำให้รูปร่าง ผิวพรรณของเราดีขึ้นอีกด้วย