running

เทคนิค การวิ่งออกกำลังกาย ที่ถูกต้องให้ได้ประโยชน์และความสุข

หลายคนเลือก การวิ่งออกกำลังกาย เพื่อสร้างสุขภาพที่ดี แต่รู้หรือไม่หากใครที่กำลังมองหา วิธีลดน้ำหนัก นี่คือวิธีที่ช่วยให้ร่างกายของคุณเบิร์นได้ดีที่สุด แม้ว่าอาจจะไม่ชอบที่ต้องหอบเหนื่อย หรือบางคนที่ไม่เคยออกกำลังกายหนักจะรู้สึกไม่ดี ทำให้ถอดใจไม่อยากทำต่อ แต่สาวๆ ทั้งหลายรู้หรือไม่ว่า คุณกำลังวิ่งผิดวิธี ทำให้ไม่มีความสุขกับการออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ แต่ถ้าหากคุณได้ลองทำตามวิธีที่ถูกต้อง และได้ประโยชน์สูงสุด เชื่อว่าคุณจะรักการวิ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งหุ่นฟิตเฟิร์มอย่างแน่นอน โดยเรามีเทคนิคง่ายๆ ที่สามารถทำตามได้จริงมาฝาก

เทคนิค การวิ่งออกกำลังกาย ให้มีความสุข พร้อมสุขภาพที่ดี

นักวิ่งมือใหม่

การวิ่งออกกำลังกาย

ไม่แปลกหากคุณเป็น นักวิ่งมือใหม่ ที่จะไม่ชอบการวิ่ง เพราะว่าร่างกายไม่เคยชินกับ การวิ่งออกกำลังกาย แบบนี้ และต่างลงความเห็นว่า การวิ่งนั้นไม่สนุกเท่ากับการออกกำลังกายด้วยวิธีอื่น เช่น ปั่นจักรยานที่จะได้กินลมชมวิวไปด้วย หรือ เต้นแอโรบิก ซึ่งมีเพลงประกอบ และสาเหตุสำคัญเลยก็คือน้ำหนักตัวที่มากจนเกินไป ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย ปวดข้อเข่า ข้อเท้าบ่อยๆ

ดังนั้น การวิ่งที่ถูกต้อง ของมือใหม่หัดวิ่ง สิ่งที่ควรทำก็คือการวิ่งสลับเดิน เริ่มจากวิ่ง 1-2 นาที เมื่อเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทัน ค่อยผ่อนความเร็วลงกลับมาเป็นเดินประมาณ 4-5 นาทีจนรู้สึกว่าการหายใจดีขึ้น ก็สลับไปวิ่งใหม่อีกครั้ง ทำสลับกันอย่างน้อย 5 ครั้ง และ 2 วันต่อสัปดาห์หรือเว้นวัน เมื่อร่างกายเริ่มคุ้นชินก็ปรับเวลาวิ่งให้นานขึ้นจนสามารถวิ่งได้ตลอดระยะทางที่กำหนด เมื่อถึงตอนนั้นคุณจะรู้สึกกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่ดีขึ้นแน่นอน

วิธีหายใจขณะวิ่ง

วิธีหายใจขณะวิ่ง

การวิ่งให้นานขึ้น เคล็ดลับอยู่ที่การหายใจ หากหายใจไม่ถูกวิธีจะทำให้เรารู้สึกจุกเสียดขณะวิ่งได้ การหายใจที่ถูกต้องขณะวิ่ง คือ ให้หายใจเข้าทางจมูก และหายใจออกทั้งปากและจมูก ไม่ต้องกังวลเรื่องการหายใจมากจนเกินไป จนรู้สึกกังวล ให้ค่อยๆ เริ่มฝึกจนคุ้นชิน ที่สำคัญต้องหายใจด้วยท้อง คือ สูดหายใจเข้าในปอดจนท้องขยายสุดและพยายามบังคับการปล่อยลมหายใจออกด้วยการแขม่วท้อง

ห้ามอดอาหาร

ห้ามอดอาหาร

การวิ่งที่จำเป็นต้องใช้พลังงานสูงมาก ดังนั้นเราควรทานอาหารทั้งก่อนและหลัง โดยก่อนวิ่งจะต้องทานอาหารก่อน 2 ชั่วโมง และเลือกทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เพราะย่อยง่ายแต่ให้พลังงานเยอะ ส่วนหลังวิ่งนั้นให้ควรเลือกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ งดอาหารจำพวกอาหารทอด มัน และหวาน เพราะกว่าจะเบิร์นได้แล้วทำไมต้องเพิ่มไขมันเลวให้ร่างกายไปอีกหล่ะ แบบนี้วิ่งไปก็ไม่มีประโยชน์

ดื่มน้ำและเกลือแร่

ดื่มน้ำและเกลือแร่

การออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ทำให้เราเสียเหงื่อเยอะมาก ดังนั้นเราจำเป็นต้องเติมน้ำให้กับร่างกาย แนะนำให้ดื่มทั้งเกลือแร่และน้ำเปล่า โดยการจิบทีละน้อยทุกๆ 15-20 นาที ข้อห้ามคือห้ามดื่มทีละเยอะๆ เพราะอาจทำให้จุกในขณะวิ่งได้

ชุดวิ่ง รองเท้าวิ่ง คือสิ่งสำคัญ

ชุดวิ่ง รองเท้าวิ่ง

เสื้อผ้าที่ใส่วิ่ง หรือ รองเท้าวิ่ง รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับ ชุดวิ่งมีส่วนที่ช่วยในการเผาผลาณไขมันได้ดี ไม่ควรใส่เสื้อผ้าหนาเกินไป อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ง่าย ปริมาณน้ำในเลือดลดลง ความดันโลหิตต่ำ หรือหน้ามืดได้ ควรสวมเสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี ซับเหงื่อ และแห้งไว

ส่วน รองเท้าวิ่งที่ดี นอกจากจะช่วยการวิ่งแล้ว ยังช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการวิ่งได้ดีอีกด้วย วิธีเลือกรองเท้าวิ่ง จะต้องมีขนาด รูปทรงที่เข้ากับรูปเท้าของเรา ที่สำคัญพื้นผิวสัมผัสต้องเหมาะกับพื้นผิวเส้นทางวิ่งได้ดีด้วย รองเท้ามีน้ำหนักเบา แต่รับการกระแทกได้ดี ต้องช่วยเซฟเรื่องของข้อเท้า หรือปวดเข่า ลดอาการบาดเจ็บได้ด้วย

อย่าหักโหมจนเกินไป

วิ่งหัดโหม

การวิ่งให้ได้ประโยชน์สูงสุด ไม่จำเป็นต้องวิ่งทุกวัน แค่วิ่งอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ละครั้งระยะเวลาควรอยู่ที่ 5-10 กิโลเมตร ช่วงแรกสำหรับมือใหม่อาจจะมีเป้าหมายอยู่ที่ 3-5 กิโลเมตร ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 5-10 กิโลเมตร เมื่อร่างกายเริ่มแข็งแรงขึ้น ระหว่างนี้ต้องสำรวจตัวเองดูด้วยว่าคุณมีความสุขกับการวิ่งหรือไม่ การวิ่งที่ดี เราจะต้องรู้สึกสนุก สบาย ไม่บังคับตัวเองมากจนเกินไป

ท่าวิ่งที่ถูกต้อง สำหรับ การวิ่งเพื่อสุขภาพ

การวิ่งเพื่อสุขภาพ ท่าวิ่ง คือสิ่งสำคัญ นอกจากจะทำให้เราได้รับประโยชน์สูงสุดจากการออกกำลังกายประเภทนี้แล้ว ยังทำให้ร่างกายไม่ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย ดังนั้นเราจำเป็นต้องเรียนรู้ ท่าวิ่งที่ถูกต้อง เอาไว้ด้วย มีดังนี้

  • ส้นเท้าสัมผัสพื้นก่อนฝ่าเท้า และเมื่อปลายเท้าสัมผัสพื้น ส้นเท้าจะต้องเปิดขึ้น ปลายเท้าทำหน้าที่ถีบตัวเหมือนสปริงเพื่อเคลื่อนไหวไปข้างหน้า โดยจุดที่เท้าสัมผัสพื้นควรตรงกับหัวเข่า ซึ่งจะงออยู่นิดๆ
  • หลังตรงเป็นธรรมชาติ ศรีษะตรง ตามองไปข้างหน้า ไม่โน้มตัวไปด้านหน้าหรือเอนไปด้านหลัง
  • แขนจะต้องแกว่งไปมาสลับกันซ้ายขวา เพื่อช่วยให้จังหวะและการทรงตัวในระหว่างวิ่ง เหมือนกับลูกตุ้มนาฬิกา ข้อศอกไม่ควรงอกมากกว่า 90 องศา และกำมือหลวมๆ

การวิ่งออกกำลังกาย นั้นจำเป็นต้องศึกษาให้ดี และหาสถานที่ที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น วิ่งบนลู่วิ่งในฟิตเนส หรือวิ่งในสวนสาธารณะ สามารถทำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ได้ พร้อมกับการปรับเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับการวิ่งเพียงเล็กน้อย เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณวิ่งอย่างมีความสุขและสุขภาพแข็งแรงไปพร้อมกันแน่นอน