อาการแพ้ฝุ่นpm2.5

สัญญาณเตือนว่าคุณมี อาการแพ้ฝุ่น PM 2.5 ต้องดูแลตัวเองยังไง

สังเกตไหมว่า 2-3 ปีมานี้ เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี เมื่อไหร่ประเทศไทยเริ่มที่จะมีปัญหาเรื่องของฝุ่นละออลขนาดจิ๋วที่ทำลายสุขภาพของหลายๆ คน โดยเฉพาะคนที่เป็น ภูมิแพ้อากาศ จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะพวกเขาจะมีปฎิกิริยาตอบสนองรวดเร็วกว่าคนสุขภาพดีทั่วไป แต่ใช่ว่า อาการแพ้ฝุ่น PM 2.5 จะมีผลกับผู้ที่มีโรคภูมิแพ้อากาศเท่านั้น คนธรรมดาก็สามารถแสดงอาการที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นทางที่ดีเราจำเป็นหาวิธีดูแลตัวเองยังไง เพื่อไม่ให้สุขภาพพังเพราะฝุ่นตัวร้ายนี้ได้

ฝุ่น PM 2.5 เกิดจากอะไร

ฝุ่น PM 2.5

ก่อนที่เราจะหาวิธีป้องกัน หรือดูแลตัวเอง ต้องรู้ก่อนว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่นนั้นมีอะไรบ้างกันก่อน เพื่อที่จะได้หาวิธีป้องกันได้ถูกต้องมากขึ้น

  • การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การเข้าสู่ฤดูหนาว พื้นโลกจะร้อนกว่าด้านบนทำให้อากาศร้อยถูกยกตัวขึ้นแล้วพัดเอามลพิษทางอากาศกระจายตัวออกไป เมื่อกระทบกับแสดงอาทิตย์ก็ทำให้เกิดความหนาแน่นของอากาศแต่ไม่สามารถลอยขึ้นด้านบนได้ ทำให้มลพิษเหล่านี้หยุดนิ่งในช่วงฤดูหนาวนี้ กลายเป็นสภาพอากาศปิด
  • การเผาไร่ของเกษตรกร การเผาขยะ รวมกับการผลิตฝุ่น พีเอ็ม 5 ในเมืองจากควันรถเครื่องยนต์ดีเซล โรงงานต่างๆ มารวมกันในเวลาเดียวกันก็ทำให้ปริมาณฝุ่นในอากาศเพิ่มมากขึ้น

อาการแพ้ฝุ่น pm 2.5 สังเกตยังไง

 air pollution

วิธีสังเกต อาการแพ้ฝุ่น pm 2.5 ที่กำลังแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านการหายใจ มักจะแสดงอาการให้เห็นจนสังเกตได้ง่ายๆ อยู่ 3 แบบด้วยกัน ดังนี้

  • อาการแพ้ทางผิวหนัง รู้สึกระคายผิว บางรายเกิดผื่น ตุ่มคันนูนแดงตามผิวหนัง หรือที่เรียกว่า ลมพิษ ปวดแสบปวดร้อน ฝุ่นนี้สามารถทำร้ายเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวอ่อนแอ เหี่ยวย่นได้ง่ายอีกด้วย
  • ดวงตา อาการที่แสดงออกทางตาคือ ตาแดง เปลือกตาบวม รู้สึกเคืองตา มีน้ำตาไหลออกมา หรือใต้ตาช้ำ และมีสีคล้ำขึ้น
  • ระบบทางเดินหายใจ เป็นสิ่งที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศ จะรู้สึกระคายเคืองโพรงจมูก แน่นหน้าอก ไอ จาม จนมีน้ำมูกใส และอาจทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจเรื้อรังได้ หากสะสมมากๆ อาจทำให้เป็นโรคปอดเรื้อรัง หรือโรคมะเร็งปอดได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การแสดงอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อค่าระดับความหนาแน่นของฝุ่นขนาดเล็กนี้มากกว่าปกติ และอยู่ในสภาพอากาศปิดอย่างที่บอกเอาไว้ โดยระดับความหนาแน่นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพก็คือ 51 ไปจนถึง 151 ขึ้นไป ยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นอันตรายกับสุขภาพของเรามากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นเราจึงต้องหาวิธีป้องกัน และดูแลตัวเองให้ดีเอาไว้

วิธีป้องกัน PM2.5 ต้องทำยังไง

pm2.5

เมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน มากกว่าปกติ วิธีป้องกัน ก็คือ สวมหน้ากากกรองฝุ่นชนิด N95 หรือหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นขนาดเล็กได้ แล้วหลีกเลี่ยงที่จะออกนอกบ้าน รวมถึงการออกกำลังกายและทำงานหนักนอกบ้าน

เมื่ออยู่ในบ้านให้ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท เพื่อป้องกันฝุ่นเข้าบ้าน พร้อมกับแนะนำให้ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มี HEPA Filter ซึ่งสามรถกรองฝุ่น pm2.5 ภายในอาคารได้ ห้ามเผาขยะ โดยเฉพาะขยะประเภท พลาสติก ยางรถยนต์ ในช่วงที่ค่าของฝุ่นเกินมาตรฐาน หากใครที่มีอาการแพ้ทางผิวหนัง แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายอย่างมิดชิด เมื่อจำเป็นต้องออกไปเผชิญกับสภาพอากาศที่มีฝุ่นขนาดจิ๋วมากเกินมาตรฐาน เมื่อกลับเข้ามาให้รีบอาบน้ำ สระผม ชำระร่างกายให้สะอาดในทันที

ส่วนวิธีดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราห่างไกลจากการเกิดอาการแพ้ที่รุนแรง ทำได้ง่ายๆ เริ่มจากต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำมากๆ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากวันใดที่ค่าของฝุ่นเกินมาตรฐาน ให้เลือกออกกำลังกายในอาคาร โดยเฉพาะคนเป็นภูมิแพ้ มีอาการโพรงจมูกอักเสบ หรือหอบหืด ควรมียาสูดทางปาก หรือยาพ่นจมูกเอาไว้ และหมั่นล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเมื่อกลับมากจากข้างนอกก็สามารถช่วยลดได้ทั้งฝุ่น pm 2.5 ในระบบทางเดินหายใจได้ดีเช่นกัน

อาการแพ้ฝุ่น PM 2.5 สำหรับบางคนอาจจะไม่มีผลกระทบมากนัก แต่หากใครที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอเกินไปก็ยิ่งได้รับผลกระทบมากกว่า และทุกวันนี้เราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ ดังนั้นการหาวิธีป้องกัน และรู้วิธีดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงก็ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดี แต่สำหรับท่านใดที่เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง แนะนำให้รีบไปพบกับแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาให้ถูกต้อง พร้อมปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดจะดีกว่า นี่ถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวและเป็นอัตรายแบบระยะยาวของคนในยุคปัจจุบันที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด ดังนั้นเราหวังว่าวิธีป้องกันที่เราแนะนำไปนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับทุกคน

สาระน่ารู้เรื่องสุขภาพ