foodborne-diseases3

7 โรคที่เกิดจากการกิน ที่ไม่ถูกต้องและการกินไม่เลือก รู้ไว้ก่อนสายเกินแก้

สำหรับสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ ในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่ก็จะมาจากการใช้ชีวิตประจำวันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น การนอน การนั่ง หรือ การรับประทานอาหาร ที่สามารถก่อให้เกิดโรคร้ายแรงขึ้นมาได้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า เดี๋ยวนี้อาหารแต่ละอย่างทำออกมาได้น่าตาสวยงามน่ากิน แต่ละเมนูก็ชวนให้อดใจไม่ไหว

เรียกได้ว่าของอร่อยเยอะจนหยุดกินได้ยากจริง ๆค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ปิ้งย่าง หมูกระทะ เค้ก ขนมหวานต่าง ๆ น้ำอัดลม รวมถึงตำและยำต่าง ๆ เป็นต้น

แต่อาหารเหล่านี้นั้น หากกินแต่พอดีก็ไม่เสียหายอะไร แต่พฤติกรรมการกินของคนในปัจจุบันนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว ยิ่งมีรีวิวเด็ดๆ ดังๆ ร้านไหน ต้องตามไปตำทุกร้าน ทำให้กินมากไปโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว น้ำหนักขึ้น อ้วนลงพุง จะมาแก้ไขทีหลังก็ยากแล้วค่ะ นอกจากจะทำให้อ้วนขึ้นแล้ว ยังก่อให้เกิดโรคร้ายตามมาอีก ไปดูกันว่าจะมีโรคอะไรบ้างที่เกิดมาจากการรับประทานอาหารของเรา

โรคร้าย โรคยอดฮิต ที่เกิดจากการรับประทานอาหารไม่เลือก

โรคที่เกิดจากการกิน2

1.โรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน

แต่ก่อนอาจจะเคยเห็นแต่คนสูงอายุเท่านั้นที่เป็น โรคเบาหวาน แต่ในปัจจุบันนี้ กลายเป็นโรคที่พบในทุกเพศทุกวัย แม้แต่เด็กอายุ 7 ขวบก็พบมาแล้ว เนื่องจากอาหารการกินและพฤติกรรมการบริโภคในสมัยนี้ ที่มีน้ำตาลปละความหวานเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ แหม ก็ของหวานแต่ละอย่างทำออกมาได้น่ากินทั้งนั้นเลยนี่คะ ใครจะอดใจไหว

แต่ก็อย่างว่า ถ้าหากยังกินไม่เลือกโรคเบาหวานมาเยือนแน่นอนค่ะ เพราะฉะนั้นควาทานแต่พอดี แต่ถ้าหากใครชอบทานหวานก็มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาลออกมา ซึ่งปลอดภัยกว่าค่ะ

2.โรคไต

โรคไต

อาหารที่ทำให้ไตทำงานหนัก นั่นก็คือ โปรตีน เพราะไตทำหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกาย หากว่าทานอาหารที่ทำให้ไตทำงานหนักแล้วละก็ไตจะไม่มีเวลาพักผ่อนเลย ดังนั้นอาหารที่ทานจะต้องเป็นอาหารที่มีโปรตีนน้อย และอาหารที่ไม่เค็มจัดนะคะ

3.โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ

ใครที่ชื่นชอบการทานอาหารที่มีไขมันเยอะๆ ต้องระวังแล้วค่ะ โดยเฉพาะสายปิ้งย่าง สามชั้น เบคอน แม้ว่าจะอร่อยแต่ก็ต้องกินอย่างระมัดระวังนะคะ และคนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำก็จะทำให้เป็นโรคนี้ได้เช่นเดียวกัน

ซึ่งการที่เกิดอาการไขมันอุดตันในเส้นเลือดนั้น จะทำให้หลอดเลือดตีบ เลือดจะไปเลี้ยงหัวใจได้น้อยและไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นจะเกิดหัวใจขาดเลือด และกล้ามเนื้อหัวใจตายได้นั่นเองค่ะ สำหรับแอลกอฮอล์นั้นจะทำให้ผนังหลอดเลือดบางลง ทำให้เส้นเลือกสมองแตกได้ค่ะ

4.โรคมะเร็ง

โรคมะเร็ง

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า อาหารจำพวกปิ้งย่างนั้นอร่อยแทบทุกอย่าง การทานปิ้งย่าง ส่งผลเสียกว่าที่คิดนะคะ ทั้งจากการไหม้ของเนื้อ เขม่าควันไฟ และเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่เมื่อถูกความร้อนแล้ว จะส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งได้แม้ว่าจะค่อยๆสะสมในระยะยาวก็น่ากลัวอยู่ดีค่ะ

นอกจากนั้น การทานอาหารแปรรูป การทานของหมักดอง และการของที่ทอดในน้ำมันซ้ำๆ ก็ไม่ดีต่อสุขภาพ และก่อให้เกิดมะเร็งได้ในระยะยาวเช่นเดียวกัน

5.โรคอ้วน

โรคอ้วน

โรคอ้วนเกิดจากพฤติกรรมการกินอาหารไม่เป็นเวลา และการทานอาหารที่มีไขมัน อาหารรสหวาน เป็นต้น โดยหากคนที่ไม่ทานข้าวเช้าก็มีโอกาสเป็นได้เหมือนกัน เพราะเมื่อไม่ทานข้าวเช้า ระดับน้ำในเลือดจะต่ำลง ทำให้อยากอาหารมากขึ้นในมื้อถัดไป

นอกจากนั้นการทานอาหารจำพวก เบเกอรี่ เป็นประจำก็จะทำให้อ้วน และลงพุงอย่างรวดเร็วด้วย เพราะเบเกอรี่ส่วนใหญ่มีไขมันทรานส์ซึ่งทำให้เกิดไขมันสะสมในร่างกายนั่นเอง

6.โรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูง

โรคนี้จะเกิดจากการทานอาหารรสจัด และอาหารรสเค็ม การทานโซเดียมเยอะๆ จะทำใความเข้มข้นของโซเดียมในหลอดเลือดมีมากเกินไป นอกจากนั้นสาเหตุของโรคนี้ยังเกิดจากการทานอาหารฟาสต์ฟู้ดด้วย ไม่ว่าจะเป็น เฟร้นช์ฟราย พิซซ่า ไก่ทอด ที่ทำให้มีไขมันเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด เป็นสาเหตุให้หัวใจทำงานหนัก

7.โรคเกาต์

โรคเกาต์

โรคเกาต์คือโรคที่ดูเหมือนจะไม่น่ากลัว แต่เป็นโรคที่ทรมาณน่าดูเลยค่ะ อาหารที่ทำให้เกิดโรคเกาต์คือ การทานพวกโซเดียมต่าง ๆ และรับประทานอาหารที่มีกรดยูริคสูง เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล เป็นต้น

หากใครที่มีอาการปวด บวมแดงบริเวณข้อ หากสงสัยว่าจะเป็นโรคเก๊าต์ให้รีบไปปรึกษาแพทย์ไม่ควรซื้อยามารักษาเองอย่างเด็ดขาด

จากเมนูอาหารในปัจจุบันนี้ แม้ว่าจะทำให้ควบคุมการกินได้ยาก แต่ถ้าหากเป็นโรคเหล่านี้ขึ้นมาก็ไม่สนุกเลยนะคะ เสียทั้งสุขภาพ เสียทั้งเงินทอง เสียทั้งเวลา และบางโรคก็ทำให้เสียชีวิตได้ในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น หากจะทานอาหารควรทานให้ถูกต้องไม่เน้นอาหารที่ทำลายสุขภาพเพียงอย่างเดียวและอย่ากินบ่อยเกินไป สายปิ้งย่าง สายเบเกอรี่ก็อดใจเอาไว้ทานแค่เดือนละครั้งสองครั้งก็พอค่ะ

โรคที่เกิดจากการกิน ถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวมากที่สุดแล้วนะคะ สำหรับบทความสุขภาพในครั้งต่อไปที่เราจะนำมาฝากนั้นจะเป็นเรื่องอะไร อย่าลืมติดตามกันนะคะ