caffeines

ไขปัญหา คาเฟอีน มีประโยชน์มากกว่าให้โทษต่อร่างกายจริงหรือไม่

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า การที่เราเลือกบริโภค คาเฟอีน นั้นที่จริงแล้วมีประโยชน์หรือดีกับร่างกายของเราหรือว่ามีโทษกันแน่ เพราะถ้าหากลองหาข้อมูลกันจริงๆ มักจะเจอทั้งให้ประโยชน์ แต่ก็ไม่แล้วมีโทษกับร่างกายของคนเราเหมือนกัน ทำให้เกิดความสับสน ยิ่งคนรักสุขภาพ ทานอาหารเฮลท์ตี้ แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือ กาแฟ แหล่งที่มาของ กาเฟอีน โดยให้เหตุผลว่ากินแล้วทำให้รู้สึก กระปรี้กระเปร่า

แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่สามารถรับสารนี้เข้าสู่ร่างกายแล้ว ทำให้ต้องเจอกับอาหาร ปวดหัว คลื่นไส้ ใจสั่น นอนไม่หลับ พวกเขาจึงมองว่ากินแล้วไม่มีประโยชน์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดความสับสนกันไม่น้อยกับการบริโภคคาเฟอีน ดังนั้นเรามาหาคำตอบกันดีกว่าว่าเป็นอย่างไร

คาเฟอีน มีประโยชน์กับสมอง

coffee

เมื่อได้ลองค้นหาคำตอบกลับพบว่า คาเฟอีน นั้นมีประโยชน์มากกว่าให้ความกระปรี้กระเปร่า แบบที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว เริ่มจากการช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ทั้งด้านของอารมณ์ ความจำ การตอบสนองและกระบวนการคิด ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงเป็น โรคซึมเศร้า ในผู้ใหญ่ได้ และใครที่มีปัญหาเรื่องของการปวดไมเกรนหรือปวดหัวเพราะเครียด นอนน้อย รวมไปถึงอาการปวดภายในร่างกายอื่นๆ

แพทย์พบว่า ผู้ป่วยที่เจอกับปัญหานี้เมื่อได้ทำการฉีดคาเฟอีนเข้าเส้นเลือด เพื่อแก้อากาดปวดหลังหลังจากที่เข้ารับการผ่าตัด ทำให้อาการเหล่านี้ดีขึ้นได้ และที่ดีไปกว่านั้นก็คือ ลดความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเวอร์และโรคพาร์กินสันโดยเฉพาะในผู้ที่สูบบุหรี่

ประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อได้รับ สารคาเฟอีน

กาแฟ ประโยชน์

สำหรับทางด้านสมรรถภาพร่างกายส่วนอื่นๆ คาเฟอีนช่วยเพิ่มระดับอะดรีนาลีน ช่วยสลายไขมัน ระบบเผาผลาญดีขึ้น ซึ่งมีการวิจัยออกมาว่า สารคาเฟอีน สามารถเพิ่มระดับการเผาผลาญของคนอ้วนได้ 10% ในคนผอมได้ 29% และให้พลังงานได้ดี อีกทั้งยังมีส่วนช่วยให้มีความทนต่อความรู้สึกเหนื่อยให้ช้าลง ช่วยทำให้หายใจได้ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคหอบหืด แต่เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

คาเฟอีนในชา

สำหรับเรื่องของการต้นโรคภัยนั้น การดื่มเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนอย่าง คาเฟอีนในชา จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดนิ้วในถุงน้ำดี หากได้รับในปริมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวัน และผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 1 แก้ว จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานได้ด้วย แต่ต้องเป็นกาแฟที่ไม่ผสมน้ำตาลนะ สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 3-4 แก้ว ลดความเสี่ยงการเป็นโรคตับได้ถึง 80% และมะเร็งตับ 40% พร้อมกับไม่เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ ถึง 18% เช่น มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก , มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งผิวหนัง แต่การดื่มวันละ 3-4 แก้วแบบนี้ดูจะอัตรายกันสักหน่อย เพราะอาจทำให้มีปัญหาอื่นๆ ตามมา ดังนั้นเราไปดูกันว่าโทษของสาร กาเฟอีน ที่อยู่ในกาแฟนั้นมีอะไรบ้าง

กาเฟอีน กับผลข้างเคียงที่ได้รับ

โทษของคาเฟอีน

หลายคนรับ กาเฟอีน เข้าไปกลับได้โทษมากกว่าประโยชน์ ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดก็คือ นอนไม่หลับ เพราะสารนี้ทำให้เรารู้สึกตื่นตัว แต่สำหรับคนที่บริโภคไม่ได้หรือบริโภคมากเกินไปอาจทำให้นอนไม่หลับ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ตามมาด้วยทำให้เกิดความวิตกกังวล เพราะเคยมีผลการศึกษาที่พบว่า ผู้ที่ได้รับคาเฟอีนเกินวันละ 1,000 มิลลิกรัม ทำให้เกิดความวิตกกังวลหรือรู้สึกกระวนกระวายใจได้

หรือบางคนอาจจะรู้สึกเมื่อยล้าหลังจากที่ได้รับ คาสเฟอีนในกาแฟ เพื่อเพิ่มพลังงาน แต่เมื่อหมดฤทธิ์กับรู้สึกเมื่อยล้ามากกว่าปกติ และการบริโภคาเฟอีนจำนวนมากและต่อเนื่องปัญหาที่มักจะตามมาให้เห็นกันบ่อยๆ และหลายคนคาดไม่ถึงก็คือ กล้ามเนื้อและกระดูกเสียหาย เพราะร่างกายดูดซึมแคลเซียมน้อยลง ทำให้เกิดกระดูกพรุน จนเกิดอาการกล้ามเนื้อเกร็ง จนบางครั้งอาจทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อสลายได้

แพ้คาเฟอีน

แพ้คาเฟอีน

สำหรับคนที่แพ้จริงๆ สิ่งแรกงที่เจอก็คือ ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็ว หรือรู้สึกว่าใจสั่น แต่เป็นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่อาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดในสมองได้เช่นกัน และมีบางคนจะพบกับปัญหาระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายมีปัญหา รู้สึกแสบร้อนกลางอก หรือมีอาการกรดไหลย้อน หรือบางคนมีอาการท้องเสีย

สำหรับคนที่ไม่ควรกินกาแฟหรือเครื่องดื่มจำพวกคาเฟอีน ก็คือผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะเสี่ยงต่อน้ำหนักตัวของเด็กหรืออาจทำให้แท้งได้ รวมไปถึงผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่เป็น โรคต้อหิน โรควิตกกังวล โรคจิตเวท โรคลมชัก โรคเบาหวาน ภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการกลั้นปัสสาวะ เป็นต้น นอกจากนี้การได้รับคาเฟอีนร่วมกับครีเอทีนอาจทำให้อาการของโรคพาร์กินสันแย่ลงได้ด้วย

ดังนั้นการบริโภค คาเฟอีน ควรได้รับในปริมาณที่พอดี หากใครที่มีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเกี่ยวกับปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน หรือให้สังเกตอาการหลังจากที่ได้รับเข้าไปแล้ว หากมีอาการรุนแรงควรรีบไปพบแพทย์ทันที สรุปได้ว่าการรับกาเฟอีนให้ได้ประโยชน์หรือโทษนั้นขึ้นอยู่กับการจำกัดปริมาณ

สำหรับท่านใดที่ต้องการหยุดบริโภคกาเฟอีนหรือ ลดคาเฟอีน ควรเริ่มลดปริมาณลงทีละน้อยจนหยุด หากหยุดในทันทีจะทำให้เกิดภาวะถอนคาเฟอีน ส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ทั้งมีอาการคลื่นไส้ ปวดหัว ไม่มีสมาธิ จนทำให้ต้องกลับไปบริโภคคาเฟอีนอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่า คาเฟอีน ไม่ได้ถูกจัดให้ว่าเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์หรือโทษตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ได้รับมากกว่า หากอยากได้ประโยชน์จากสารนี้ ความพอดีคือสิ่งที่จะทำให้เกิดประโยชน์ที่คุณต้องการได้