ไขมันทรานส์

ไขมันทรานส์ คืออะไร มีโทษอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่

ในช่วงระยะหลังมานี้เราเชื่อว่าใครหลาย ๆ คนคงได้เห็นว่าประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมทางอาหารครั้งใหญ่เกิดขึ้น นั่นก็คือการแบนอาหารจำพวกไขมันทรานส์นั่นเอง หลายคนอาจจะสงสัยว่า ไขมันทรานส์ คืออะไร  มีอันตรายอย่างไรมันร้ายแรงถึงกับต้องแบนกันเลยเชียวหรือ คำตอบคือใช่ค่ะ ถ้าจะถามต่ออีกว่ามันส่งผลร้ายแรงอย่างไร คุณลองมองจำนวนไขมันรอบเอวและเซลล์ลูไลท์ที่ต้นขาดูสิคะ นั่นแหละคือคำตอบ

ไขมันทรานส์คืออะไร อันตรายอย่างไรทำไมถึงต้องแบน

transfat

ต้องยอมรับเลยว่าที่ผ่านมากระแสแบน ไขมันทรานส์ สั่นสะเทือนทุกวงการอาหารจริง ๆ หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขออกมาประกาศว่าห้ามจำหน่าย นำเข้า และผลิตไขมันทรานส์ ซึ่งการแบนนี้เองทำให้คนไทยหลาย ๆ คนหันมาตระหนักและให้ความสนใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย แต่หลายคนสงสัยไหมคะว่าไขมันทรานส์คืออะไร มาจากไหน และอยู่ในอาหารประเภทไหน เราเคยทานไปหรือเปล่านะ จะอันตรายไหม เอาเป็นว่าขอให้ทุกคนใจเย็น ๆ นะคะ แล้วเราไปทำความรู้จักกับไขมันทรานส์กันดีกว่า เอาให้กระจ่างกันไปเลย

ทำความรู้จักกับไขมันทรานส์

ไขมันทรานส์คือ

ไขมันทรานส์ หรือ Trans Fat เป็นไขมันไม่อิ่มตัวที่เกิดจากไขมันพืชที่มีกระบวนการเติมไฮโดรเจน เพื่อให้เปลี่ยนสถานะเป็นของแข็งหรือกึ่งเหลว ทำให้เก็บรักษาไว้ได้นานขึ้น ไม่เหม็นหืนอย่างเช่น เนยเทียม ครีมเทียม เนยขาว มาการีน ชีส ซึ่งเรามักจะพบได้ในอาหารจำพวกขนบขบเคี้ยวต่าง ๆ โดนัท เบเกอรี่ นมข้นหวาน วิปปิ้งครีม และยังสามารถพบได้ในการปรุงอาหารด้วยการทอดด้วยน้ำมันอย่าง มันฝรั่งทอดปาท่องโก๋ กล้วยทอด โรตี ไก่ทอด ป๊อปคอร์นหรืออาหารที่ใช้น้ำมันในการทอดซ้ำอีกด้วย คงไม่ต้องบอกใช่ไหมคะว่าอาหารเหล่านี้มันดีหรือไม่ดีต่อร่างกาย ก็สมชื่อเขาแหละค่ะไขมันเลวก็คือไขมันเลว  เป็นไงล่ะนั่งหงอยคอตกกันทั้งบางเลย ก็มันมีแต่อาหารและขนมของโปรดเราทั้งนั้นเลยนี่นา อย่างที่เขาบอกแหละค่ะว่าของอ้วนมักจะอร่อย และของอร่อยมักจะทำให้เราอ้วน แต่ไม่ใช่แค่นั้นนะคะ นอกจากจะทำให้เป็นโรคอ้วนแล้ว มันยังส่งผลไม่ดีต่อร่างกายเรา และโรคอื่น ๆ ตามมาอีกเพียบ

อันตรายจากไขมันทรานส์ ศัตรูตัวร้ายทำลายสุขภาพ

ผลเสียของไขมันทรานส์

 

หลายคนคงจะทราบกันดีว่าอาหารจำพวกไขมันทรานส์มักจะทำให้เราอ้วน บางคนก็รู้แค่ว่า  ไขมันทรานส์น่ะหรือ ก็ทำให้อ้วนน่ะสิ แค่อ้วนเฉย ๆ ไง  ซึ่งอันนี้ไม่รู้ก็ไม่ผิดค่ะ แต่มีส่วนน้อยจริง ๆ ที่จะรู้ว่าไขมันทรานส์มันส่งผลร้ายมากกว่าที่เราคิด อย่างแรกเลยคือเกิดอันตรายกับหัวใจของเราแน่นอน เพราะมันทำให้เราเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

เนื่องจากมันจะไปเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลหรือไขมันเลว และลดระดับไขมันดีของร่างกายลง ซึ่งโรคนี้ก็คร่าชีวิตคนไทยไปหลายคนรองจากโรคมะเร็งเลยเชียวนะ  ยังไม่พอค่ะ ไขมันทรานส์ยังส่งผลให้เราเสี่ยงต่อการเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน เสี่ยงอัลไซเมอร์ ตับทำงานผิดปกติ ไขมันในเลือดสูง หลอดเลือดสมองตีบตัน จอประสาทตาเสื่อม เป็นต้น เห็นแล้วหรือยังคะว่าไขมันทรานส์ส่งผลต่อร่างกายเรามากน้อยขนาดไหน

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วหลาย ๆ อาจจะตกใจและกังวลว่าทำไมมันถึงร้ายแรงขนาดนั้น ทำไมมีแต่ข้อห้ามทานนั่นนี่ นู่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ดี ฉันอยากกินของทอดก็ต้องใช้น้ำมันทอดสิ จะให้ใช้อะไรล่ะ เอาเป็นว่าอย่างเพิ่งระแวงไปค่ะ มันมีข้อห้ามก็จริง แต่มันก็มีข้อจำกัด และน้ำมันที่ใช้อยู่เป็นประจำทุกวันจะเป็นไขมันทรานส์

เราขอตอบไว้ตรงนี้เลยนะคะว่าน้ำมันพืชไม่ใช่ไขมันทรานส์ สามารถทานได้ตามปกติ แต่ที่ห้ามและควรลดคือการใช้น้ำมันทอดซ้ำ และทางดีที่ถ้าคุณรักและห่วงสุขภาพก็หันมาใช้น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันหมูได้ค่ะ มีประโยชน์และลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่าง ๆ อีกด้วย

จำเป็นต้องงดด้วยหรือ ถ้าเลี่ยงไม่ได้จะทำอย่างไร

junkfood

ที่บอกว่าห้ามอันที่จริงมันก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น จะเรียกว่าห้ามก็คงจะไม่ถูกเสียทีเดียว คงเรียกว่าควรลดคงจะดีกว่า เพราะโดยหลักทางโภชนาการแล้วมักจะมีการจำกัดปริมาณการทานต่อวันอยู่ หากคุณไม่สามารถเลี่ยงได้จริง ๆ ก็ควรทานในปริมาณที่พอดีโดยดูได้จากปริมาณไขมันทรานส์ที่ได้ระบุในฉลากโภชนาการของอาหารหรือผลิตภัณฑ์นั้น ๆ แต่ถ้าอยากมีสุขภาพที่แข็งแรงก็ควรใช้คำว่า “ ลด ” แทนคำว่า  “ งด ” คงจะดีกว่านะคะ


เป็นไงกันบ้างคะทุกคน คงจะได้รู้จักถึงที่มาที่ไปและอันตรายจากไขมันทรานส์กันแล้วใช่ไหมคะ บางคนอ่านแล้วอาจจะกลัวจนไม่กล้าทานอาหารเหล่านี้ ซึ่งมันก็ดีค่ะ เราดีใจด้วยที่คุณรักชีวิตและสุขภาพของคุณ แต่สำหรับคนที่บอกว่าฉันทำไม่ได้หรอก ทานมาทั้งชีวิต จู่ ๆ จะบอกบอกให้งด คงจะเป็นไปได้ยาก อันนี้เราก็ต้องบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ คุณสามารถทานได้ แต่ก็ต้องขอให้อยู่ในขอบเขต ควรกินแต่น้อย ไม่ได้ถึงขั้นต้องตัดออกจากชีวิตไปเลย ถ้าเป็นแบบนี้ก็ควรทานแล้วออกกำลังกายนะคะ เพื่อให้เกิดความสมดุลและเพื่อร่างกายที่แข็งแรงค่ะ