ฝุ่น PM2.5

โรคที่มาพร้อมกับ ฝุ่น PM2.5 ขนาดเล็กแต่อันตรายมาก

ตอนนี้ค่าฝุ่นละอองในประเทศไทยเกือบทั้งประเทศกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ สาเหตุมาจากหลายอย่าง โดยเฉพาะการเผา การใช้รถยนต์ ควันจากโรงงาน การก่อสร้างต่างๆ เป็นต้น เนื่องจากว่า ฝุ่น PM2.5 นี้มีขนาดเล็กเพียง 2.5 ไมครอนจึงสามารถชอนไชเข้าไปได้ลึกในร่างกายของคนเรา สามารถทำลายและส่งผลต่ออวัยวต่างๆและระบบหายใจได้

ดังนั้นจึงสามารถก่อให้เกิดโรคต่างๆได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเป็นโรคอันตรายที่จะส่งผลให้เสียชีวิตได้ ดังนั้น จึงควรป้องกันตัวเองจากภาวะฝุ่นเป็นพิษนี้ ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน ซื้อเครื่องฟอกอากศ หรืองดการเผาและการใช้รถยนต์ แม้ว่าจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่สามารถทำให้ฝุ่นหมดไป แต่จะช่วยปกป้องการสูดฝุ่นเข้าไปในร่างกายได้

โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง อย่างคนที่มีโรคประจำตัว  แม่ท้อง ผู้สูงอายุ และเด็ก ควรป้องกันมากกว่าปกติ ไปดูกันว่า ฝุ่น PM2.5 จะเป็นบ่อเกิดของโรคอะไรได้บ้าง

ฝุ่น PM2.5 คืออะไร

PM2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีขนาดเพียง 2.5 ไมครอนเท่านั้น ถ้าจะพูดให้เห็นภาพให้เทียบว่าเล็กเทียบเท่ากับขนาด 1 ใน 25 ของเส้นผมของมนุษย์ ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนขนจมูกที่มีหน้าที่ป้องกันฝุ่นไม่สามารถป้องกันได้ ดังนั้นจึงสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ และเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายๆนั่นเอง

องค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization (WHO) กำหนเตามความรุนแรง โดยจัดว่า PM2.5 นั้น เป็นสาเหตุในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง ซึ่งตามสถิติ มีผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศมากถึง  50,000 คน โดยตอนนี้ประเทศไทยได้กลายเป็นประเทศที่มีมลภาวะทางอากาศันตรายที่สุดที่ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพเท่านั้น รวมถึงจังหวัดอืนๆในประเทศไทยด้วย

อันตร่ายจาก ฝุ่น PM2.5 บ่อเกิดของโรคร้าย อันตรายถึงชีวิต

โรคถุงลมโป่งพอง

โรคถุงลม

การสุดฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าไปยังปอดของเรา ทำให้เม็ดเลือดขาวดูดเอาฝุ่นเข้าไปแต่ไม่สามารถขับออกมาได้ จึงได้ปล่อยเอนไซม์ที่เป็นน้ำย่อยออกมาย่อยผนังปอดทำให้ถุงลมอาจจะแตกพื้นที่การแลกเปลี่ยนก๊าซน้อยลง ทำให้หายใจไม่สะดวก เหนื่อย โดยผลคล้ายกับการดูดบุรี่เข้าไปนั่นเอง


โรคหลอดเลือดหัวใจ

หลอดเลือดหัวใจ

การรับฝุ่นเข้าไปมากๆ และเป็นระยะเวลานาน เพราะฝุ่นขนาดเล็กสามารถแพร่กระจายเข้าไปสู่ทางเดินหายใจได้ง่าย และแทรกซึมสู่กระแสเลือดจนก่อให้เกิดโรคได้ ไม้ว่าจะเป็น โรคหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดในสมอง และโรคหลอดเลือดหัวใจได้


โรคมะเร็งปอด

ถุงลมโป่งพอง

แม้ว่าโรคนี้จะไม่เกิดในเร็ววัน แต่ถ้าหากรับฝุ่นละอองไปนานก็จะสะสมและก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอดได้ เพราะฝุ่นที่เห็นเกิดมาจากควันพิษ แก๊สพิษ และไฮโดรคาร์บอนที่เป็นอันตราย แน่นอนว่าหากออกไปนอกบ้านและไม่มีการป้องกัน เราก็จะสูดเอาอากาศที่เป็นพิษเหล่านี้เข้าไปสู่ปอดเต็มๆ


โรคผิวหนัง

โรคผิวหนัง

ในบางราทยที่มีผิวแพ้ง่าย การต้องเจอกับมลภาวะต่างๆ จึงอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ขึ้นมาได้  และยิ่งไปกว่านั้นฝุ่นขนาดเล็กก็ยิ่งจะสามารถแทรกซึมผ่านเข้าไปในเซลล์ผิวหนังได้ง่าย  ทำให้เกิดปหัญหากับผิวได้หลายแบบทั้ง ผิวหมองคล้ำ เป็นสิว ผิวอักเสบ และโรคภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นต้น


ทารกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์

ทารกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์

สำหรับหญิงตั้งครรภ์ในช่วงที่มีฝุ่น PM2.5 ควรงดการออกจากบ้านให้มากที่สุดเพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ เพราะการเติบโตของทารกในครรภ์จะเป็นไปได้อย่างไม่เต็มที่ ทำให้ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อย ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมา เช่น ตัวเหลือง หายใจได้ไม่เต็มที่


ระคายเคืองแสบจมูก

แสบจมูก

หลายคนเมื่ออกนอกบ้านจะมีอาการทันที คือ แสบจมูก หายใจลำบาก ซึ่งเกิดจากการสูดฝุ่นพิษเข้าไป ดังนั้นควรสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นขนาดเล็กได้ เช่น หน้ากาก N95 แต่ถ้าหากหาไม่ได้ใช้หน้ากากอนามัยธรรมดาแทนก็ได้


แสบตา โรคเยื่อบุตาอักเสบ

ตาอักเสบ

มลพิษในอากาศ ที่มีแต่สารพิษปะปน เมื่อฝุ่นเหล่านั้นเข้าสู่ตา จะทให้เกิด อาการคันตา แสบตา และตาแดง อาการเหล่านี้สามารถหาได้ไม่นาน แต่ถ้ารุนแรงก็อาจเกิดโรคเยื่อบุตาอักเสบได้ ซึ่งควรไปพบแพทย์ทันที

สำหรับโรคร้ายแรงที่มาจาก ฝุ่น PM2.5 สามารถป้องกันได้ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ต้องตระหนักว่ามันอันตรายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว แต่ทุกวันนี้ยังเห็นคนเดินออกไปไหนมาไหน โดยไม่สวมหน้ากากอนามัยกันอยู่ จริงๆแล้วไม่ควรปล่อยให้เป็นอะไรก่อน ค่อยมาป้องกันทีหลัง เพราะบางโรคไม่ได้ส่งผลกระทบในทันที แต่จะส่งผลกระทบในระยะยาว สามารถดู วิธีป้องกัน PM2.5 ด้วยตัวเอง และปฎิบัติตามเพื่อจะมีสุขภาพที่ดีไปนานๆนะคะ