ท่าลดต้นขาด้านใน

7 ท่าลดต้นขาด้านใน ทำแล้ว ขาไม่เบียดแน่นอน

       ต้นขาใหญ่ ขาเบียด เป็นฝันร้ายของสาวๆหลายคน ทั้งสาวอวบ หรือสาวๆบางคนถึงแม้จะไม่อ้วน แต่ก็มีช่วง ต้นขาที่ใหญ่ ยิ่งถ้าใส่กระโปรงรัดก็จะยิ่งทำให้เห็นต้นขาชัดมากขึ้น แถมการกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณนี้ก็ยากซะเหลือเกิน จนทำให้สาวๆหลายคนหันไปใช้วิธีทางลัด คือ การหันไปพึ่งผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก เพราะมีสรรพคุณชวนเชื่อในการดักจับไขมันเฉพาะส่วน หรือบางคนก็ใช้วิธีการอดอาหาร แต่สาวๆรู้ไหมว่าวิธีการเหล่านี้จะทำให้ระบบเผาผลาญพัง เมื่อกลับมาทานอาหารตามปกติน้ำหนักตัวอาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม หรือที่เรียกว่า โยโย่เอฟเฟค นั่นเอง

ออกกำลังกายลดขาเบียดกับ ท่าลดต้นขาด้านใน ทำแล้วเห็นผลแน่นอน

สาเหตุอะไรที่ทำให้ผู้หญิงมีต้นขาใหญ่

  1. การนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ หรือนั่งไขว่ห้างบ่อย ๆ ทำให้เลือดที่ไปหล่อเลี้ยงบริเวณขาไหลเวียนไม่สะดวก ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ขาใหญ่ แนะนำว่าควรเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง ให้ร่างกายได้ยืดเส้นยืดสายบ้างค่ะ
  2. การทานอาหารรสเค็ม เพราะโซเดียมจากความเค็มที่อยู่ในอาหาร เมื่อสะสมอยู่ในร่างกาย โซเดียมจะทำการดูดน้ำและสะสมไว้ที่อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะอวัยวะส่วนล่าง
  3. ดื่มน้ำน้อย การดื่มน้ำน้อยทำให้ร่างกายขับของเสียได้น้อย ระบบเผาผลาญไม่ดี ส่งผลให้มีไขมันสะสมบริเวณต้นขาได้

ดังนั้น วันนี้เราจึงมาแนะนำท่าออกกำลังกายลดต้นขาด้านใน ที่เป็นปัญหาของสาว ๆทั้งหลายมาฝากกันค่ะ โดยท่าที่เราจะนำเสนอกันในวันนี้มีทั้งหมด 7 ท่า เป็นท่าที่ง่ายสามารถทำได้เองที่บ้าน เหมาะสำหรับสาวๆที่คิดว่าการออกลังกายพวกคาร์ดิโอหนักเกินไป ใช้เวลาไม่นานเพียงแค่แบ่งเวลาในตอนเย็นหลังเลิกงานซักเล็กน้อย และใช้อุปกรณ์ไม่เยอะค่ะ เพียงแค่มีเสื่อโยคะไว้รองกันกระแทกหน่อย ก็สามารถออกกำลังกายกระชับสัดส่วนกันได้แล้วค่ะ

1.ท่า Side legs Raises

ท่าลดต้นขา

นอนตะแคงข้าง โดยใช้แขนด้านล่างหนุนศีรษะและแขนที่อยู่ด้านบนเท้าสะเอวไว้ หลังจากนั้นขาที่อยู่ด้านล่างให้เหยียดตรง ส่วนขาด้านบนยกขึ้นประมาณ 45 องศากับพื้นให้รู้สึกเกร็งบริเวณต้นขา ยกขึ้นและลงประมาณ 15-20 ครั้งนับเป็น 1 เซ็ตและควรทำซ้ำต่อเนื่อง 2-3 เซ็ต หลังจากนั้นจึงสลับตะแคงอีกข้างแล้วทำซ้ำแบบเดียวกัน


2.ท่านั่งหนีบหนังสือ

ท่าหนีบนหนังสือ

ท่านี้สามารถทำได้ง่าย ๆ แค่มีเก้าอี้กับหนังสือเท่านั้น แต่เก้าอี้ต้องเป็นเก้าอี้ที่มั่นคงไม่มีล้อ วิธีการก็คือ นั่งบนเก้าอี้ตัวตรง แล้วใช้เข่าทั้งสองข้างหนีบหนังสือเอาไว้ให้รู้สึกเกร็งบริเวณต้นขาและค้างไว้ประมาณ 15-30 วินาที จะช่วยกระชับต้นขาด้านในได้เป็นอย่างดี


3.ท่า Legs Raises

Legs-Raises

นอนราบไปกับพื้นเหยียดตัวตรง แขนทั้ง 2 ข้างวางข้างลำตัว แล้วจึงใช้มือทั้ง 2 ข้างสอดไว้ใต้ก้น จากนั้นยกขาทั้งสองข้างโดยใช้ก้นช่วยพยุงตัวขึ้นให้ตั้งฉากกับพื้น เกร็งค้างไว้ประมาณ 3 วินาที แล้วค่อนผ่อนตัวลง ทำซ้ำประมาณ 15-20 ครั้งและควรทำต่อเนื่อง 2-3 เซ็ต


4.ท่าตัววี

ท่าลดขา

เป็นท่าช่วยลดน่องและต้นขาด้านใน โดยเริ่มจากยืนตรงหันข้างให้กับพนักเก้าอี้ ขยับเท้าให้ห่างประมาณไหล่ ใช้มือจับพนักพิงเก้าอี้ไว้ จากนั้นให้บิดปลายเท้าเปิด และค่อย ๆ ยกส้นเท้าขึ้น พร้อมกับค่อย ๆ ย่อลง ให้เข่าเปิดออกข้างเป็นรูปตัววี แล้วค่อย ๆ ย่อลงเรื่อย ๆ จนรู้สึกตึงหน้าขา จากนั้นให้กลับสู่ท่าแรกอย่างช้า ๆ แล้วเริ่มทำใหม่อีกครั้ง โดยให้ทำทั้งหมด 3 เซต เซตละ 15 ครั้ง


5.ท่าย่อเข่า

ท่าย่อเข่า

เริ่มจากยืนตรง ก้าวเท้าซ้ายไปด้านหน้าแล้วย่อเข่าลง ทิ้งน้ำหนักให้รู้สึกเกร็งบริเวณต้นขา จากนั้นดึงเท้ากลับตำแหน่งเดิม สลับข้างทำซ้ำแบบเดียวกัน ควรทำต่อเนื่องข้างละ 15 ครั้งนับเป็น 1 เซ็ต ควรทำเป็นจำนวน 2-3 เซ็ตค่ะ


6.ท่าเขย่งเท้า

ท่าขาเรียว

ยืนตัวตรงแล้วกางขาออกเล็กน้อย จากนั้นจึงค่อย ๆเขย่งปลายเท้าทั้ง 2 ข้าง แล้วค้างไว้ประมาณ 3 วินาที ทำซ้ำประมาณ 15 ครั้งนับเป็น 1 เซ็ต และควรทำต่อเนื่อง 2-3 เซ็ต


7.ท่าเก้าอี้

 

ออกกำลังกายที่บ้าน

ยืนตัวตรง หายใจเข้าออกช้า ๆ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ จากนั้นหายใจออก แล้วค่อย ๆ ย่อเข่าลงให้มากที่สุดเหมือนเก้าอี้ตั้งอยู่ ให้ยืดอกและแขม่วท้องไว้ กำหนดลมหายใจเข้าออก ทำค้างไว้ประมาณ      15-30 วินาทีนับเป็น 1 เซ็ต ควรทำเป็นจำนวน 2-3 เซ็ตค่ะ ท่านี้เป็นท่าที่ต้องอาศัยการเกร็งของกล้ามเนื้อต้นขาทั้งด้านในและด้านนอก และยังช่วยลดต้นแขนได้อีกด้วย


ท่าลดต้นขาด้านใน ด้านในทั้ง 7 ท่าที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ เป็นท่าที่สามารถกระชับสัดส่วนบริเวณต้นขาด้านในได้เป็นอย่างดี ควรทำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 วัน จะทำให้เห็นผลได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น และควรทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ซึ่งการควบคุมอาหารก็ควรทำให้ถูกวิธี คือ ควรรับประทานอาหารให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย หากทำไม่ถูกวิธีกจะไม่ได้ผลดีเช่นกัน นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะทำให้ได้ผลที่รวดเร็วและดียิ่งขึ้น และที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำกันเยอะๆ ด้วยนะคะ เพราะ น้ำเป็นส่วนสำคัญที่ในกระบวนการทำงานต่าง ๆของร่างกาย ลดความอยากอาหาร ทำให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ